Contact Us

  • Facebook Social Icon
  • White Instagram Icon

Tel: 086-476-5755, 075-315848

Email: cbrightnakhonsi.th@gmail.com

Address

338 ถนนกะโรม ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

Our News

Search

ทำอย่างไรถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ

ทำอย่างไรถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ?

แม้ว่าการฝึกภาษาอังกฤษอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆคน แต่เราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ภาษาอังกฤษนั้นมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกปัจจุบัน เพราะภาษาอังกฤษเปรียบเสมือนใบเบิกทางให้เราไปเจอความรู้ใหม่ๆ หรือแม้แต่โอกาสดีๆทั้งทางการศึกษาและการทำงานค่ะ ลองมาดูเคล็ด (ไม่) ลับที่เราเอามาฝากเพื่อทำให้คุณหลงรักภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะเมื่อเรามีความชอบ ความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาในด้านนั้นๆให้ดีขึ้นก็จะตามมาเองค่ะ

1. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษ (ในเรื่องที่สนใจ) ทุกวัน

ตอนเด็กๆหลายคนอาจจะไม่ชอบภาษาอังกฤษ เพราะโดนคุณครูบังคับให้อ่านเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่ลองเริ่มอ่านเรื่องที่เราสนใจเช่น นิยาย บทความ หนังสือในหัวข้อที่เราสนใจ เช่น การ์ตูน กีฬา ข่าวบันเทิง ข่าวดาราต่างชาติที่ชอบ หรือมุขขำๆ ในยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่สัมผัส ใช้สมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ตของเราให้เป็นประโยชน์ จำไว้เลยว่าไม่มีอะไรไร้สาระ เพราะเรากำลังเรียนรู้อยู่ หากคุณเป็นหนอนหนังสือ ก็อาจลองฝึกอ่านข่าวสารบ้านเมืองเป็นภาษาอังกฤษจากเวปไซต์สำนักข่าวต่างประเทศ เช่น CNN BBC Chanel NewsAsia เป็นต้น หรือจะเป็นสำนักข่าวไทยที่เผยแพร่ข่าวในประเทศเป็นภาษาอังกฤษ เช่น The Bangkok Post และ The Nation

2. ฝึกฟังสื่อต่างๆเป็นภาษาอังกฤษทุกวัน

การฟังวิทยุนั้นจะช่วยให้เราได้ฟังทั้งเสียงคนพูด รวมถึงเสียงร้องเพลง เป็นการฝึกหูในชินกับภาษาในหลายๆรูปแบบอีกวิธีหนึ่งด้วย การฟังเพลงภาษาอังกฤษ แล้วค้นหาเนื้อเพลงเพื่อร้องตามอย่างถูกต้อง และการดูหนังหรือซีรี่ส์ ที่เป็นภาษาอังกฤษโดยอ่านซับไตเติ้ลหรือคำแปลด้านล่างในครั้งแรกเพื่อให้รู้เนื้อหาและในครั้งต่อไปก็พยายามไม่อ่านซับฯ หรือปรับเป็นซับฯ ภาษาอังกฤษ เป็นวิธีการที่ได้ทั้งความบันเทิง และได้ฝึกภาษาอังกฤษที่ง่ายดายวิธีหนึ่ง เราจะได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการดูหนังฟังเพลง แถมยังได้ฝึกฟังสำเนียงที่แตกต่างของตัวละคร เรียนรู้คำศัพท์แสลงใหม่ ๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หากเราสามารถฟังแล้วเข้าใจความหมายจากบทสนทนา หรือเนื้อร้องที่เราได้ยินบ่อย ๆ จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจและทำให้เราไม่กลัวเวลาที่ต้องฟังฝรั่งพูดอีกต่อไป

3. ฝึกเขียนภาษาอังกฤษทุกวัน

หากเราสามารถนึกคำหรือรูปประโยคที่เราจำได้ หรือได้เรียนรู้จากการฝึกอ่าน และฝึกฟังฝึกพูดภาษาอังกฤษเป็นประจำแล้ว เราควรจะฝึกเขียนภาษาอังกฤษทุกวันประกอบกันไปด้วย เพื่อเป็นการทบทวนสิ่งที่เราได้เรียนรู้ และฝึกฝนการเขียนให้ใช้สื่อสารได้อย่างถูกต้อง ศึกษา ค้นคว้า หมั่นท่องศัพท์ และหลักไวยากรณ์พื้นฐานให้แม่นยำ จำศัพท์ภาษาเขียนที่ได้จากการอ่านมาแล้วลงมือฝึกเขียน โดยอาจเริ่มจากการฝึกเขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษ หรือฝึกเขียนอีเมลภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการทำงานก็ได้ ทั้งนี้เราอาจถามผู้รู้หรืออาจารย์เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องในการเขียนอย่างสม่ำเสมอ

4. พยายามนึกหรือมองทุกสิ่งรอบตัวให้เป็นภาษาอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทย

หากงานของคุณเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ หรือไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่อำนวยให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ คุณอาจเพิ่มการเรียนรู้ภาษาอังกฤษง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง โดยการนึกหรือมองทุกสิ่งรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ นึกคำศัพท์ของสิ่งรอบตัวที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าไม่แน่ใจศัพท์คำไหน ให้จำไว้แล้วมาเปิดดิกชันนารีทีหลัง หรือคุณจะโหลดแอปดิกชันนารีไว้ในสมาร์ทโฟนของคุณเพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็วขึ้นก็ได้ หรือก่อนจะคุยกับใครคุณอาจลองนึกบทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษในหัวก่อนว่ารูปประโยคที่คุณต้องการสื่อสารนี้จะใช้เป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ก่อนที่จะคุยกับเขา วิธีนี้จะทำให้เราได้ฝึกภาษาบ่อยขึ้นทุกที่ทุกเวลา

5. ทำลิสต์ต่างๆให้เป็นภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนนี้อาจจะลำบากในตอนแรก แต่ถ้าเราลองลิสต์ต่างๆให้เป็นอังกฤษจะช่วยเราให้คุ้นเคยได้มากขึ้น อย่างเช่น ลิสต์กิจกรรมที่ต้องทำพรุ่งนี้ ลิสต์ตารางไปเที่ยวพักผ่อน หรือลิสต์ของที่ต้องซื้อเข้าบ้าน ให้เป็นภาษาอังกฤษซะ

6. ลงทุนซื้อดิกชันนารีดีๆสักเล่ม

นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า แม้จะมีราคาค่อนข้างแพงไปบ้าง แต่ก็ช่วยให้เราสามารถเข้าใจและพัฒนาภาษาไปได้ดีกว่า ย้ำว่าต้องซื้อดิกชันนารีที่มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษนะคะ คำอธิบายเหล่านั้นจะทำให้เราเข้าใจถึงความหมายของคำศัพท์ได้อย่างถ่องแท้

7. กำหนดเป้าหมายในการใช้ภาษาอังกฤษและมุ่งมั่นตั้งใจจริง

การกำหนดเป้าหมายในการใช้ภาษาอังกฤษและฝึกฝน และเรียนรู้อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจจริง จะทำให้เรารู้ว่าเราเรียนภาษาอังกฤษไปเพื่ออะไร เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพการงาน เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว และพุ่งชนอย่างจดจ่อตั้งใจ อดทน ความสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษภายใน 3 เดือนนั้นไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

8. เราชอบอะไร ทำสิ่งนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

ความชอบ ความรัก มันทำให้เราสามารถทำอะไรก็ได้อย่างมีความสุขและไม่น่าเบื่อ ถ้าชอบทำอาหาร ก็เปลี่ยนเมนูอาหารเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าชอบเล่นกีฬาหรือดนตรี ก็ดาวน์โหลดวิดีโอการฝึกซ้อมแบบภาษาอังกฤษมาดู ถ้าชอบเล่นเกมก็ฝึกอ่านคู่มือเกมภาษาอังกฤษ เราก็จะหลงรักมันโดยไม่รู้ตัว

9. เข้าคอร์สเรียนภาษาเพิ่มเติม

หากมีเวลาและทุนทรัพย์เพียงพอ การไปเข้าคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมตามสถาบันสอนภาษาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เราใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น เพราะเราจะรู้หลัก รู้เทคนิคในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน จากอาจารย์ผู้สอน เราจะได้มีชั่วโมงบังคับที่ฝึกให้เราได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ การไปสอบวัดระดับความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ เช่น TOEIC TOEFL IELTS ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เราต้องกระตุ้นตัวเองให้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อใช้ผลคะแนนที่ดี มาพัฒนาการทำงานหรือศึกษาต่อในอนาคต

ทั้งนี้การพัฒนาภาษาอังกฤษต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และมุ่งมั่น ลองเอาเคล็ดลับที่แนะนำไปข้างต้นไปลองปฎิบัติตามกันดู เชื่อว่าหลายๆคนอาจเห็นพัฒนาการของตัวเองหลังจากปฎิบัติไปแล้ว 3 เดือนอย่างแน่นอน




65 views