Contact Us

  • Facebook Social Icon
  • White Instagram Icon

Tel: 086-476-5755, 075-315848

Email: cbrightnakhonsi.th@gmail.com

Address

338 ถนนกะโรม ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

Our News

Search

7 วิธีที่ทำให้เด็กๆพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว


จากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยว่า “ช่วงวัยแรกเกิด จนถึงอายุ 7 ปี” เป็นช่วงที่เด็กๆ จะเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีที่สุด อีกทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดยังยืนอีกว่าการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่วัยเด็กมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองในด้านความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และความยืดหยุ่นทางด้านอารมณ์ และประกอบกับการตื่นตัวของ AEC หรือประชาคมอาเซียน ทำให้คุณพ่อคุณแม่หันมาให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมากขึ้น วันนี้เราเลยนำ 7 วิธีในการสอนให้ลูกพูดภาษาอังกฤษให้คล่องมาฝากค่ะ

1. จัดการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านให้เป็นกิจวัตรประจำวันของครอบครัว

การเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลานานก็ได้ค่ะในตอนเริ่มแรก สำหรับเด็กๆ อาจเริ่มใช้เวลากับเค้าประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยเพิ่มเวลาเรื่อยๆเมื่อเค้าโตขึ้น โดยอาจเริ่มจากการเล่านิทานให้เค้าฟัง เล่นเกมส์ หรือ ดูการ์ตูนด้วยกัน จำไว้ว่าการฝึกฝนบ่อยๆ ด้วยระยะเวลาสั้นๆจะเป็นประโยชน์กับน้องๆมากกว่าการใช้เวลาที่นานในแต่ละครั้งแต่ไม่ได้ทำบ่อยๆค่ะ

2. ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการเล่นเกมส์

คุณพ่อคุณแม่อาจใช้วิธีการหลอกล่อให้น้องๆเรียนภาษาอังกฤษด้วยการเล่นเกมส์ เด็กๆจะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเรียนอยู่เมื่อเค้ารู้สึกสนุกไปกับกิจกรรมนั้นๆค่ะ Flashcard หรือบัตรคำศัพท์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้น้องๆเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น โดยเค้าจะจดจำว่าหมายความของคำต่างๆจากรูปภาพบนบัตรคำศัพท์ โดยเบื้องต้นคุณพ่อ คุณแม่อาจจะไม่ต้องแปลคำศัพท์เป็นภาษาไทยก็ได้ค่ะ ให้เค้าเรียนรู้จากรูปภาพบนบัตรก่อน เมื่อเค้าจดจำได้ดีแล้ว ค่อยแปลความหมายอีกทีนึงโดยการถามว่าภาษาไทยแปลว่าอะไร นอกจากนี้ยังมีเกมส์อื่นๆที่น้องสามารถสนุกและเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ เช่น เกมส์ Hangman, I spy, Snake and Ladder และอีกมากมาย

3. ฝึกภาษาอังกฤษจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

คุณพ่อคุณแม่อาจเปลี่ยนบรรยากาศการเรียนด้วยการนำกิจกรรมที่ทำทุกวันมาร่วมสนุกกับน้องๆ โดยอาจเริ่มจากการเข้าครัวทำอาหารด้วยกัน อธิบายส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารเป็นภาษาอังกฤษ หรือจะใช้ห้องต่างๆในการเรียนรู้ว่าในภาษาอังกฤษเค้าเรียกสิ่งของที่อยู่ในห้องนั้นว่าอะไร หรือจะเป็นระหว่างที่แต่งตัวให้น้องๆ อาจอธิบายเค้าว่าเสื้อผ้าแต่ละชิ้นเรียกว่าอะไรในภาษาอังกฤษค่ะ

4. ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการเล่าเรื่อง

เด็กๆจะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ดีเมื่อหนังสือมีภาพประกอบที่ใช้สีสดใสค่ะ ลองหาซื้อมาติดบ้านกันดูนะคะ โดยการเล่าเรื่อง คุณพ่อคุณแม่อาจให้เค้ามีส่วนร่วมด้วยโดยการให้ชี้ไปที่สิ่งของในรูปภาพแล้วถามคำถามเค้า เช่น Where’s the giraffe?, What’s this?, What is that? การเล่าเรื่องให้น้องๆฟังจะเป็นการทำให้เค้าคุ้นชินกับเสียงและจังหวะของคำในภาษาอังกฤษ

5. ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง

การฟังเพลงเป็นอีกนึงทที่ดีที่ช่วยในการฝึกการออกเสียงให้กับน้องๆและจดจำคำศัพท์ใหม โดยเฉพาะเพลงที่มีท่าเต้นประกอบ อย่างเพลง baby shark dance เป็นต้น สำหรับน้องที่ยังไม่สามารถร้องเพลงตามได้การฝึกเต้นตามก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้น้องๆ ทราบความหมายของคำผ่านท่าเต้นค่ะ

6. ฝึกแกรมม่าง่ายๆให้กับน้อง

การสอนแกรมม่าหรือไวยากรณ์ ให้กับน้องๆอาจใช้วิธีการสอนโดยทางอ้อม โดยให้เค้ารู้จักประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษ เช่น การใช้ must/musn’t เวลาพูดถึงกฎระเบียบที่บ้านหรือโรงเรียน ใช้ there is/there are ให้ถูกกับคำนามที่ตามหลังเวลาพูดประโยคนั้นๆ เด็กจะจดจำไวยกรณ์เหล่านี้ได้ตามธรรมชาติ และเมื่อเค้าโตพอที่จะเริ่มเรียนการใช้ไวยากรณ์จริงๆจังๆ จะทำให้เค้าเข้าใจบทเรียนได้เร็วขึ้น

7. ส่งลูกเข้าเรียน English Programme หรือสถาบันสอนภาษาที่เปิดสอนโดยครูต่างชาติ

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาที่จะสอนเค้าด้วยตนเองเพราะต้องทำงานด้วยกันทั้งคู่ หรือไม่มั่นใจว่าเราสามารถสอนภาษาอังกฤษที่ถูกต้องให้ลูกของเราได้ การให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ หรือโรงเรียนที่มีโครงการ English Programme ก็เป็นอีกวิธีนึงที่จะทำให้น้องๆได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ อีกทางเลือกนึงก่อนส่งเค้าเข้าเรียนหลักสูตรนานาชาติ คือการให้เข้าได้เรียนภาษาอังกฤษกับคุณครูชาวต่างชาติที่สถาบันสอนภาษาชั้นนำ วิธีนี้น้องๆจะได้ฝึกการฟัง และการออกเสียงที่ถูกต้องกับเจ้าของภาษา รวมถึงเป็นการฝึกน้องๆให้คุ้นชินกับชาวต่างชาติ จะได้ไม่เขินอายเมื่อจะต้องพบเจอ พูดคุยในสถานการณ์จริงค่ะ

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ขอให้นึกไว้เสมอว่าจะต้องใจเย็นๆ ทำให้น้องๆ รู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกค่ะ เมื่อน้องๆสนุกแล้ว ในครั้งต่อๆไปคุณอาจไม่ต้องเขี่ยวเข็ญเค้า แต่เป็นเค้าเองที่เรียกร้องให้คุณสอนภาษาอังกฤษ หรือพาเข้าไปเรียนภาษาอังกฤษค่ะ



163 views